โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังกับการรักษา

โรคปอดอุดกันเรื้อรังเป็นกลุ่มของโรคปอดอักเสบเรื้อรังที่พบได้บ่อยและเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตเป็นอันดับต้นๆ ของประชาการทั่วโลก

ลักษณะสำคัญของโรคปอดอุดกันเรื้อรัง คือ หลอดลม เนื้อปอดและหลอดเลือดปอดเกิดการอักเสบเสียหายเนื่องจากได้รับแก๊สหรือสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองเป็นเวลานานส่งผลให้หลอดลมค่อยๆ ตีบแคบลงหรือถูกอุดกันโดยไม่อาจฟื้นคืนสู่สภาพปกติได้อีก   

สาเหตุสำคัญของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ได้แก่

  1. การสูบบุหรี่ เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดเนื่องจากในควันบุหรี่มีสารเคมีมากกว่า 4,000 ชนิด สารและแก๊สเหล่านี้ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อเยื่อบุหลอดลมและถุงลมจนนำไปสู่การอักเสบเรื้อรัง และทำให้ปอดเสื่อมสมรรถภาพในที่สุด ดังนั้น ผู้ที่สูบบุหรี่ติดต่อกันเป็นเวลานานจึงมีโอกาสเป็นโรคนี้ได้มากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ ขณะเดียวกันผู้ที่ได้รับควันบุหรี่แม้จะไม่ได้สูบก็มีโอกาสเป็นโรคนี้ได้เช่นเดียวกัน
  2. มลพิษทางอากาศ เช่น ฝุ่นละออง ควันพิษ รวมถึงการหายใจเอาสารเคมีบางอย่างเข้าไปในปอดติดต่อกันเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นกรณีที่มักเกิดกับผู้ที่ต้องทำงานในสถานที่ที่มีละอองสารเคมี เช่น เหมืองถ่านหิน งานเชื่อมโลหะ รวมถึงการเผาไหม้เชื้อเพลิงในการประกอบอาหารและขับเคลื่อนเครื่องจักรต่างๆ
  3. โรคทางพันธุกรรม เช่น โรคพร่องสาร alpha-1-antitrypsin (AAT) ซึ่งเป็นเอ็นไซม์ที่ผลิตในตับแล้วหลั่งเข้าสู่กระแสเลือดเพื่อป้องกันไม่ให้ปอดถูกทำลายจากสารต่างๆ โรคนี้จึงสามารถเกิดได้ทั้งกับคนวัยหนุ่มสาว สำหรับผู้ใหญ่ที่สูบบุหรี่ การขาด AAT จะเร่งให้เกิดภาวะถุงลมโป่งพองเร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม โรคนี้เป็นโรคที่พบได้ไม่บ่อยนักและมักพบในชาวยุโรปหรือชนชาติผิวขาวอื่นๆ
  4. สำหรับปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังได้แก่ การสูบบุหรี่ทั้งที่เป็นโรคหืด และอายุ โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปเนื่องจากโรคนี้เป็นโรคที่พัฒนาอย่างช้าๆ ดังนั้นกว่าที่จะตรวจพบโรค ผู้ป่วยก็มักเข้าสู่วัยกลางคนแล้ว

การรักษา

โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถชะลอการดำเนินโรค บรรเทาอาการของโรค ป้องกันและรักษาภาวะแทรกซ้อนรวมถึงอาการกำเริบเฉียบพลันได้ โดยวิธีที่จะช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ขึ้นได้มีดังนี้

  1. เลิกสูบบุหรี่ เนื่องจากบุหรี่เป็นสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญอันดับแรกของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง การเลิกบุหรี่จะช่วยไม่ให้อาการของผู้ป่วยแย่ลงและทำให้หายใจได้ดีขึ้น หากผู้ป่วยไม่สามารถเลิกบุหรี่อย่างถาวรได้ด้วยตัวเอง อาจขอรับบริการเลิกบุหรี่ด้วยวิธีพฤติกรรมบำบัดได้ ณ ศูนย์โรคปอดและโรคระบบทางเดินหายใจ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์
  1. หลีกเลี่ยงมลพิษในอากาศ และการอยู่ในสถานที่ที่มีละอองสารเคมี หากจำเป็นควรสวมอุปกรณ์ป้องกันระบบทางเดินหายใจ เช่น หน้ากากป้องกันฝุ่นละอองและสารเคมี
  2. การรักษาด้วยยา เป็นการรักษาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาอาการ ลดการกำเริบ และเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วย ซึ่งการเลือกใช้ยาจะเป็นไปตามอาการและระดับความรุนแรงของโรค สำหรับกลุ่มยาที่ใช้ในการรักษาโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ได้แก่
    • ยาขยายหลอดลม มีฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจ ช่วยลดอาการไอ หายใจติดขัด ผู้ป่วยจึงหายใจได้สะดวกขึ้น ยาขยายหลอดแบ่งออกเป็นชนิดออกฤทธิ์สั้นและออกฤทธิ์ยาว และมีทั้งแบบสูดพ่นและแบบรับประทาน  
    • ยากลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์ชนิดสูด ใช้ร่วมกับยาขยายหลอดลมในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง เพื่อลดการกำเริบของโรคซึ่งแพทย์จะพิจารณาให้เป็นรายๆ ไป
    • ยาปฏิชีวนะ ให้ในกรณีที่มีการติดเชื้อ หรือการกำเริบเฉียบพลัน
  • การรักษาอื่นๆ เช่น การบำบัดด้วยออกซิเจนระยะยาว การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เพื่อลดโอกาสเจ็บป่วยรุนแรง การฟื้นฟูสมรรถภาพปอดด้วยกายภาพบำบัด การดูแลภาวะโภชนาการ และการดูแลสภาพอารมณ์และจิตใจของผู้ป่วย
  • การผ่าตัด ในกรณีที่การรักษาด้วยยาและวิธีอื่นๆ ไม่ได้ผล แพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดเอาถุงลมขนาดใหญ่ที่กดเนื้อปอดข้างเคียงออก ผ่าตัดเพื่อลดปริมาตรปอด เพื่อใส่อุปกรณ์ในหลอดลม หรือเพื่อปลูกถ่ายปอดหากมีผู้บริจาคอวัยวะ
โพสท์ใน สาระน่ารู้ | ปิดความเห็น บน โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังกับการรักษา

โรคมือเท้าปากกับการรักษา

อาการเริ่มต้นของโรคมือเท้าปากจะคล้ายไข้หวัด คือ มีตุ่มใส หรือแผลร้อนในเกิดขึ้นหลายแผลในปาก และมีอาการเจ็บ มีผื่นแดงหรือตุ่มใส ขนาดเล็กที่บริเวณฝ่ามือ นิ้วมือ ฝ่าเท้า หรือก้น และมีอาการไข้เป็นระยะเวลา 5-7 วัน

โรคมือเท้าปากอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ สมองอักเสบ อัมพาตกล้ามเนื้ออ่อนปวกเปียก หรือกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ไปจนถึงเสียชีวิตได้ โดยอาการแทรกซ้อนไม่สัมพันธ์กับจำนวนแผลในปากหรือตุ่มที่พบตามฝ่ามือฝ่าเท้า ในรายที่มีอาการแทรกซ้อนรุนแรงอาจมีแผลไม่กี่จุดในลำคอหรืออาจมีตุ่มเพียงไม่กี่ตุ่มตามฝ่ามือฝ่าเท้าก็ได้ ควรดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก แม้จะดูว่าผื่นและแผลในปากหายไปแล้วก็ตาม โดยสัญญาณเตือนของภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่คุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกไปพบแพทย์ทันที เช่น

  • เด็กมีอาการซึมลง ไม่เล่น ไม่อยากรับประทานอาหารหรือนม
  • บ่นปวดศีรษะมาก ปวดทนไม่ไหว
  • มีอาการพูดเพ้อไม่รู้เรื่อง สลับกับการซึมลง หรือเห็นภาพแปลกๆ
  • ปวดต้นคอ คอแข็ง มีการรับรู้สับสน ซึมลง และอาเจียน
  • มีอาการสะดุ้งผวา ตัวสั่นๆ แขนหรือมือสั่นบ้าง
  • มีอาการไอ หายใจเร็ว ดูเหนื่อยๆ หน้าซีด มีเสมหะมาก โดยอาจมีหรือไม่มีไข้ร่วมด้วยก็ได้

การรักษา

รักษาไปตามแต่อาการของผู้ป่วย เช่น เจ็บคอมาก รับประทานอะไรไม่ได้ ผู้ป่วยดูเพลียจากการขาดอาหารและน้ำ ก็จะให้พยายามป้อนน้ำ นมและอาหารอ่อน ในรายที่เพลียมากอาจให้นอนรักษาตัวในโรงพยาบาลและให้น้ำเกลือทางหลอดเลือด ร่วมกับให้ยาลดไข้แก้ปวด และ/หรือหยอดยาชาในปากเพื่อลดอาการเจ็บแผลในปาก ร่วมกับการเฝ้าระวังสังเกตอาการของภาวะแทรกซ้อนทางสมองและหัวใจ เป็นต้น

การป้องกัน

  • หลีกเลี่ยงการให้เด็กคลุกคลีหรือใกล้ชิดกับผู้ป่วย
  • รักษาอนามัยส่วนบุคคล โดยเฉพาะผู้เลี้ยงดูเด็กเล็กควรล้างทำความสะอาดมือก่อนหยิบจับอาหารให้เด็กรับประทาน และรับประทานอาหารที่สุก สะอาด ปรุงใหม่ๆ ไม่มีแมลงวันตอม ดื่มน้ำสะอาด
  • ไม่ใช้ภาชนะในการรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น โดยเฉพาะช้อน จาน ชาม แก้วน้ำ ขวดนม
  • เมื่อเช็ดน้ำมูกหรือน้ำลายให้เด็กแล้วต้องล้างมือให้สะอาดโดยเร็ว
  • รีบซักผ้าอ้อมหรือเสื้อผ้าที่เปื้อนอุจจาระให้สะอาดโดยเร็ว และทิ้งน้ำลงในโถส้วม ห้ามทิ้งลงท่อระบายน้ำ
  • หากเด็กมีอาการของโรคมือเท้าปากให้รีบพาเด็กไปพบแพทย์ และเมื่อแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรคมือเท้าปาก ต้องให้เด็กหยุดเรียนอย่างน้อย 1 สัปดาห์ หรือจนกว่าแผลจะหาย
โพสท์ใน สาระน่ารู้ | ปิดความเห็น บน โรคมือเท้าปากกับการรักษา

Hospital Mi-ni Profile

ข้อมูลพื้นฐานของโรงพยาบาล (Hospital Mini-Profile)

โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ  ศูนย์อนามัยที่ 11 นครศรีธรรมราช

1. ข้อมูลพื้นฐาน

1.1 ข้อมูลโรงพยาบาล

ชื่อโรงพยาบาล:โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ  ศูนย์อนามัยที่ 11

Health Promotion Hospital, Regional Health Promotion Center 11

ที่อยู่:  99  หมู่ 2  ต.บางจาก  อ.เมือง  จ.นครศรีธรรมราช  80330

โทรศัพท์ : 075-399460-1        โทรสาร : 075-399124

E-mail address  chainarong_54@yahoo.com

แผนที่แสดงที่ตั้งของโรงพยาบาล

1.2เจ้าของ/ต้นสังกัด

 โรงพยาบาลรัฐบาล  สังกัดกรมอนามัย   กระทรวงสาธารณสุข

1.3ลักษณะบริการ

จำนวนเตียงผู้ป่วยใน (ไม่รวมเตียงทารกคลอดปกติ)

จำนวนเตียงตามกรอบ/จำนวนที่ขออนุญาต                                    30  เตียง

จำนวนเตียงที่เปิดให้บริการจริง (ไม่รวมเตียงเสริม)                           36  เตียง

อัตราการครองเตียง ปี2561    58.43%

อัตราการครองเตียง ปี2562   56.32%

ระดับของการให้บริการ

            โรงพยาบาล  ระดับ F2

            และสนับสนุนเครือข่ายบริการปฐมภูมิ7รพสต. 5 หน่วยย่อย

1.4ผู้ประสานงาน

ชื่อ  ดร.ชัยณรงค์  แก้วจำนงค์       ตำแหน่ง   นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ   โทรศัพท์ :083-2348889

โทรศัพท์  075-399460-1  ต่อ  206   โทรสาร  075-399124 

E-mail address chainarong_54@yahoo.com

1.5โครงสร้างองค์กรของโรงพยาบาล

โครงสร้างงานพัฒนาคุณภาพ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 11

โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 11

2.บริบทขององค์กร

ก. สภาพแวดล้อมขององค์กร

2.1ขอบเขตของการให้บริการ

รพ.ส่งเสริมสุขภาพ  ศูนย์อนามัยที่ 11ระดับ F2 ดำเนินงานภายใต้สังกัดกรมอนามัยและเป็นหน่วยบริการคู่สัญญาหลักของ สำนักงานหลักประกันสุขภาพ  รับผิดชอบการให้บริการประชาชน บริหารจัดการเครือข่าย  2 รพสต.ในเขตอำเภอเมือง และ5 รพสต.ในเขตอำเภอปากพนังในพื้นที่ 4 ตำบล มีบทบาทหน้าที่ด้านบริการรักษา ส่งเสริม ป้องกัน และฟื้นฟูสุขภาพ โดยมุ่งเน้นภารกิจด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม  โดยพิจารณาบริบทแวดล้อมที่มีผลต่อการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

ความเชี่ยวชาญพิเศษขององค์กร

  • พัฒนา/สร้างความเข้มแข็งให้ภาคีเครือข่าย
    • พัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยเรื้อรังครบวงจร สู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพและเป็นต้นแบบด้านสุขภาพ
    • งานด้านการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อม
    • ศูนย์ฝึกอบรมการคัดกรองมะเร็งปากมดลูก   ห่วงอนามัยและยาฝังคุมกำเนิด 
      เขตบริการสุขภาพที่ 11
    • ศูนย์ฝึกแพทย์เฉพาะทางด้านเด็ก  เขตบริการสุขภาพที่ 11

บริการ/กลุ่มผู้ป่วยสำคัญที่ต้องส่งต่อหรือจัดบริการความร่วมมือ

  • ให้บริการงานด้านเวชศาสตร์ครอบครัวครบวงจร
  • บริการด้านระบบการดูแลผู้ป่วยเรื้อรังครบวงจร จากโรงพยาบาลสู่ชุมชน ร่วมกับภาคีเครือข่าย

2.2 ประชากรในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ

พื้นที่ให้บริการ  รับผิดชอบพื้นที่ 7 รพ.สต.คือ

– เขตตำบลบางจาก อ.เมือง2 แห่ง  ได้แก่รพ.สต.บ้านบางจาก รพ.สต.บ้านบางใหญ่

– เขตตำบลคลองน้อย อ.ปากพนัง  2 แห่ง ได้แก่ รพ.สต.บ้านแสงวิมาน  รพ.สต.บ้านเปี๊ยะเนิน

 – เขตตำบลชะเมา  อ.ปากพนัง  2แห่ง ได้แก่ รพ.สต.บ้านวัดลาว  รพ.สต.บ้านบางมูลนาก

– เขตตำบลเกาะทวด  อ.ปากพนัง  1 แห่ง ได้แก่ รพ.สต.บ้านบางบูชา

ประกอบด้วย      องค์การบริหารส่วนตำบล   2  แห่ง 

                                    เทศบาลตำบล   3 แห่ง

ประชากรมีสิทธิ  2562

ประชากรณ์ทุกสิทธิ์ =  31,803  คน

UC                         = 24,196  คน

เบิกได้/ อบท             = 2,564  คน

ประกันสังคม           =  4,920  คน

อื่นๆ                        =  180  คน

สิทธิ UC  2562

ชาย 11,699 คน  หญิง 11,384 คน

สิทธิเบิกได้

ชาย 1126 คน  หญิง 1435 คน

สิทธิประกันสังคม

ชาย 2,101คน  หญิง 2,819คน

สิทธิ UC  ปี2563

ชาย 11,758คน  หญิง 11,381คน

จำนวนโรงเรียนทั้งหมด  35 แห่ง  ศูนย์เด็กเล็กทั้งหมด  9  แห่ง และวัด 21 แห่ง

สภาพพื้นที่โดยทั่วไปเป็นพื้นที่เกษตรกรรม และประชากรส่วนใหญ่มีอาชีพหลักด้านการเกษตร  คือ ทำนา ทำสวน  และอาชีพประมง  ส่วนหนึ่งประกอบอาชีพรับจ้าง

            ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ  แยกเป็น ชาย  14,500คน  หญิง  14,500คน 

ประชากรจำแนกตามตำบล คือ

            –  ต.บางจาก  อ.เมือง                  ชาย  4,470คน   หญิง  4,532รวม  9,002คน

            – ต.คลองน้อย  อ.ปากพนัง           ชาย  5,616คน   หญิง  5,610รวม  11,226คน

            – ต.ชะเมา  อ.ปากพนัง                ชาย  1,803คน   หญิง  1,769รวม   3,572คน

– ต.เกาะทวด  อ.ปากพนัง            ชาย  2,611คน   หญิง  2,589รวม  5,200คน

ข้อมูลด้านสิทธิด้านการรักษาพยาบาลของประชากรในเขตพื้นที่บริการของศูนย์อนามัยที่ 11 เป็นกลุ่มเป้าหมายตามโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า จำนวน  24,196  คน  คิดเป็นร้อยละ  76.08  ของประชากรในพื้นที่  

ข้อมูลสรุปผู้มารับบริการผู้ป่วยนอก ในปีงบประมาณ 2562

  • หลักประกันสุขภาพ                     53,635ครั้ง        14,531  คน
    • สิทธิ์ประกันสังคม                 3,900ครั้ง            1,438  คน
    • ข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ         12,896 ครั้ง         4,331  คน
    • อื่นๆ ต่างด้าว                              942 ครั้ง          606 คน

2.3ลักษณะโดยรวมของบุคลากร

จำนวนบุคลากรจำแนกตามสาขาวิชาชีพที่สำคัญ

สัดส่วนภาระงานกับจำนวนบุคลากร (หรือชั่วโมงการทำงาน)

ผป.นอก/ ชม.แพทย์        ปีงบประมาณ  2560  คือ   

                                    ปีงบประมาณ  2561  คือ  

                                    ปีงบประมาณ  2562  คือ  

(แพทย์ปฏิบัติงาน OPD/LR/ER  3 คน )

ปี 2560  2,142  คน  9,381 ครั้ง

ปี 2561  1,979  คน  7,678ครั้ง

ปี 2562  2,105  คน  7,401 ครั้ง

สัดส่วนผู้ป่วยใน / แพทย์  1 คน     

ปีงบประมาณ    2560    :          

ปีงบประมาณ  2561       :          

ปีงบประมาณ  2562     :          

2.4  อาคารสถานที่เทคโนโลยี และอุปกรณ์

  • สถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกที่สำคัญ

(2) เทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่สำคัญ

เครื่องมือ / อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่สำคัญ

เทคโนโลยีที่สำคัญ

  • Hardware 
  • Software
  • ระบบการสื่อสาร

ค.ความท้าทายขององค์กร

2.9ความท้าทายที่สำคัญ

(1) โรคที่เป็นปัญหาสำคัญในพื้นที่

ผู้ป่วยนอก

ผู้ป่วยใน

สรุปสถานการณ์ย้อนหลัง  3 ปี  พบว่าประชากรในพื้นที่ส่วนใหญ่มีปัญหาโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง (COPD)  และพบอัตราการนอนโรงพยาบาลด้วยโรค Diarrhea

(2)   โรคที่เป็นโอกาสพัฒนา หรือมีข้อจำกัดในการให้บริการ

กลุ่มโรคสำคัญที่เป็นโอกาสพัฒนา  คือโรคเรื้อรัง ได้แก่DM HT เป็นกลุ่มโรค Metabolic Syndrome ที่ต้องอาศัย การคัดกรองความเสี่ยงตามาตรฐานแบบรอบด้านในทุกกลุ่มวัย ตั้งแต่การคัดกรองภาวะโภชนาการในวัยเด็ก วัยเรียน วัยทำงาน รวมถึงการจัดทำมาตรฐานการคัดกรองในผู้ที่ป่วยด้วยโรค Metabolic Syndrome แล้ว เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนต่างๆที่จะเกิดขึ้น นอกจากนั้น การจัดการพฤติกรรมสุขภาพให้เหมาะสมโดยมีแนวคิดให้บุคคลให้รับผิดชอบพฤติกรรมสุขภาพตนเอง  สามารถประเมินพฤติกรรมสุขภาพตนเองได้ ผ่านบัตรคำในเรื่อง  พฤติกรรมการรับประทานอาหาร พฤติกรรมการออกแรงให้ได้เหงื่อ พฤติกรรมด้านการจัดการด้านอารมณ์ และสนับสนุนให้มี อาสาสมัครสาธารณสุขประจำครอบครัว (หมอครอบครัว) เข้าไปเสริมพลังให้กำลังใจผ่านการเยี่ยม ยกย่อง เป็นตัวอย่างแก่บุคลในชุมชน และเชื่อมโยงสื่อแนวคิดไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อร่วมรับผิดชอบต่อสุขภาพประชาชนในพื้นที่ของตนเอง อย่างต่อเนื่อง และสม่ำเสมอ

(3)   เหตุการณ์ที่มีผลต่อการพัฒนา / การเปลี่ยนแปลงนโยบาย

  • นโยบายในการพัฒนาสุขภาพของภาครัฐ ผ่านพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 มุ่งเน้นให้เอื้อเฟื้อแบ่งปัน อยู่ร่วมกันในสังคมอยู่เย็นเป็นสุขมีส่วนร่วมกับชุมชน ท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และหน่วยวิชาการ ในการจัดการเพื่อให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดี และอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นสุข
  • กรมอนามัย มีภารกิจสำคัญ   ด้านระบบส่งเสริมสุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อคนไทยสุขภาพดี เพื่อให้ประชาชน และชุมชนสามารถดูแลสุขภาพตนเองและเฝ้าระวัง รวมทั้งจัดการปัจจัยกำหนดสุขภาพ ได้อย่างเหมาะสม
  • สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขด้วยความมั่นใจ และผู้ให้บริการมีความสุข โดยส่งเสริมและพัฒนาให้เกิดระบบบริการสุขภาพที่มีคุณภาพมาตรฐาน ประชาชนมั่นใจ และผู้ให้บริการมีความสุขและส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ของประชาชนให้เข้าใจสิทธิและ หน้าที่ในระบบหลักประกันสุขภาพ บริหารเงินกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้เพียงพอ และมีประสิทธิภาพ
  • นโยบายการพัฒนาการเข้าถึงระบบการสื่อสารสนเทศ รวมถึงพัฒนาให้ภาคประชาชนสามารถเข้าถึงและมีเครื่องมือเข้าถึงในกาสื่อสารด้านสุขภาพ เพื่อสื่อสารภาวะสุขภาพของ บุคคล ครอบครัว และชุมชน แก่ละกัน และปรึกษาปัญหาสุขภาพกับวิชาชีพสุขภาพในสาขาต่างๆ

(4)   ปัญหาสำคัญที่โรงพยาบาลกำลังพยายามแก้ไข

ปัญหาสุขภาพที่ดำเนินการพัฒนา คือ การพัฒนาระบบดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวาน  โรคความดันโลหิตสูง มีการดำเนินงานทั้งในส่วนโรงพยาบาล และชุมชน  ได้แก่ การเพิ่มการเข้าถึงบริการของผู้ป่วยเรื้อรัง
ในปี 2552               เพิ่มหน่วยบริการรักษา จาก 7 รพสต. ขยายเพิ่มหน่วยย่อยรักษาอีก 5 หน่วยย่อย 
ในปี 2553-2554      พัฒนาระบบดูแลผู้ป่วยเรื้อรังผ่านแกนนำผู้สูงอายุ
ในปี2555                พัฒนาระบบดูแลผู้ป่วยเรื้องรังผ่านชมรม

ในปี 2556               พัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยเรื้อรังให้แกนนำครอบครัวและชุมชน  ส่งข้อมูล  สื่อสาร  ให้คำปรึกษาผ่านเครื่องมือการสื่อสาร Smart phone  ทั้ง  45  หมู่บ้าน

ในปี 2557               พัฒนาระบบการดูแลผ่านหมอครอบครัว  โดย ในคลินิกบริการผู้ป่วยเรื้อรังและตึกผู้ป่วยใน 
จัดทำมาตรฐาน การคัดกรองด้านการรักษา พฤติกรรมสุขภาพ ผ่านบัตรคำ เชื่อมโยงการดูแลจากโรงพยาบาลสู่ชุมชนอีกทั้งในคลินิกส่งเสริมสุขภาพกลุ่มวัยต่างๆ ได้จัดทำมาตรฐานการส่งเสริมสุขภาพ ต่างๆ ผ่านแกนนำในปีโดยยึดแนวทางการทำงานปี 2556 (ผ่านเครื่องมือการสื่อสาร Smart phone)  มุ่งเน้นให้หมอครอบครัวมีทักษะด้านการคัดกรอง  เยี่ยมติดตาม  ประเมินอาการ  รายงาน  ให้คำปรึกษาโดยแพทย์  พยาบาล  นักกายภาพแบบ Real-Time

(5) ความท้าทายเชิงกลยุทธ์อื่นๆ ขององค์กร

พัฒนากระบวนการบริหารจัดการ

  • พัฒนาคลินิกบริการ
  • การสื่อสารและตอบโต้ความเสี่ยง จัดการความรู้
  • การบริหารจัดการข้อมูลและสารสนเทศ
  • พัฒนาสิ่งแวดล้อมและการบริหารจัดการความเสี่ยง
  • นวัตกรรมทุกกลุ่มวัย

2.10การพัฒนาคุณภาพและการเรียนรู้

(3) ผลงานเด่นและความภาคภูมิใจของโรงพยาบาล

  • การพัฒนาระบบเฝ้าระวังการแปรงฟันนักเรียนที่บ้านโดย อสม.
  • CQIเสริมพลังรพ.สต.สู่มาตรฐานงานแม่และเด็ก 7 รพ.สต.ในเขตบริการ ศอ.11
  • การพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง(หมอครอบครัว)
  • การพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องจากโรงพยาบาลสู่ชุมชน ผ่าน Group  Line 
    ( หมอครอบครัว )
  • โครงการ หมู่บ้านดีเด่น อสม.ร่วมใจสตรีปลอดภัยจากมะเร็งปากมดลูก
  • จาก… การให้คำแนะนำสำหรับผู้มาศึกษาดูงานคลินิก   สู่….การเป็นวิทยากรปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

3. ทิศทางขององค์กร

3.1ทิศทางองค์กร

(1) วิสัยทัศน์

โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ  ชั้นนำด้านส่งเสริมสุขภาพทุกกลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อมในเขตสุขภาพที่ 11

(2) พันธกิจ

โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 11 มีพันธกิจ  ดังนี้

  1. ให้บริการประชาชนในระดับF2  เน้นการส่งเสริมสุขภาพทุกกลุ่มวัย เพื่อให้

ประชาชนมีสุขภาพดี  80 ปียังแจ๋ว

  • พัฒนารูปแบบการบริการและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชน
  • ประเมิน/ รับรอง  คลินิกส่งเสริมสุขภาพของโรงพยาบาลในเขตสุขภาพที่ 11

คำอธิบาย :

โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ         :  มีคลินิกส่งเสริมสุขภาพทุกกลุ่มวัย

รพ. ชั้นนำ                                  :ประเมิน / รับรอง คลินิกส่งเสริมสุขภาพ รพ. ในเขตสุขภาพที่ 11

  อนามัยสิ่งแวดล้อม                 : บริหารจัดการปัจจัยเอื้อ

กายภาพอาหาร  อากาศ  น้ำ  อาคารสถานที่  สิ่งแวดล้อมที่ป้องกัน  อุบัติเหตุ 

-ทางสังคม  คือ ค่านิยม และการสื่อสาร

(3) ค่านิยม

3.1  ค่านิยมหลักของศูนย์อนามัยที่ 11 คือ  “เก่ง ดี มีสุข”

            คำจำกัดความ

            เก่ง ดี มีสุข.  คือความคาดหวัง ด้านสมรรถนะบุคคลากรที่พึงประสงค์ขององค์กร. เพื่อใช้ในการวางแผนพัฒนาบุคคลากร. และค่าตอบแทนและขวัญกำลังใจ แก่บุคคลากร.  ประกอบด้วย

  1. เก่ง.  หมายถึง คนเก่ง.มีสมรรถนะดี  โดยใช้หลักการมุ่งผลสัมฤทธิ์. ดังนี้
  2. ผลงานตามปริมาณงาน P4P.              (50คะแนน)
  3. มีการปฏิบัติงานตามมาตรฐานวิชาชีพ  ( 5 คะแนน)
  4. มีทักษะในการบริหารจัดการองค์ความรู้จากการปฏิบัติ  ( 5คะแนน)
  5. มีทักษะในการบันทึกข้อมูล สืบค้นข้อมูล เผยแพร่ข้อมูล  ( 5 คะแนน)
  6. มีทักษะในการเฝ้าระวังความเสี่ยง  (5คะแนน)
  7. มีความรับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย ( 10คะแนน)
  8. มีการตรงต่อเวลา ( 5 คะแนน)
  9. รับทราบเรื่องแจ้ง/สรุปรายงานการประชุมทันเวลาในระบบline  (5 คะแนน)
  • ดี. หมายถึง คนดี.  มีจิตสาธารณะ   โดยใช้หลักการมีปฏิสัมพันธ์. และการมีส่วนร่วมประกอบด้วย
    • เข้าร่วมประชุมฝ่าย/เข้าร่วมกิจกรรมของฝ่าย  ( 10 คะแนน)

3. สุข. หมายถึงคนที่มีความสุข   คือสถานภาพบุคคล ที่ปรากฏ.

ที่เกิดจากผลรวมของ ความเก่ง และ การเป็นคนดี.

ระดับสมรรถนะ บุคคลากร. จำแนกดังนี้

          A   สูงกว่าค่าเฉลี่ย  80-90  90-100

          B   เท่ากับค่าเฉลี่ย   70-79.99

          C  ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย  น้อยกว่า 7

 

3.2  ค่านิยมที่หน่วยงานยึดถือในการพัฒนาองค์กร  คือ“สะดวก  รวดเร็ว  ถูกต้อง  ปลอดภัย”

  1. สะดวก  คือ คลินิกส่งเสริมสุขภาพให้บริการผู้ป่วยไม่จำกัดเวลา ,ใกล้ที่ไหนไปที่นั่น ,สถานที่รับบริการที่ไหนก็ได้ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน
  2. รวดเร็ว  คือ  ลดขั้นตอนการบริการในทุกคลินิก,เพิ่มประสิทธิภาพในการ Screening , เพิ่มการใช้เทคโนโลยี,ขยายหน่วยบริการเพื่อเพิ่มความเข้าถึง  ลดแออัดและขยายเวลาในการให้บริการ
  3. ถูกต้อง  คือ  ปฏิบัติตามคู่มือ/มาตรฐานในการปฏิบัติงาน
  4. ปลอดภัย  คือ ให้ความสำคัญกับการบันทึกเวชระเบียนที่ครบถ้วน   ถูกต้องและสามารถตรวจสอบได้

3.2 วัตถุประสงค์และจุดเน้น

(1)   แผนกลยุทธ์ วัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ แผนปฏิบัติการหลัก และตัวชี้วัด

การแต่งตั้งคณะกรรรมการทำดำเนินการขับเคลื่อน

คณะกรรมการ  บทบาทหน้าที่ตัวชี้วัด
1.พัฒนาคุณภาพบริการ– ส่งเสริม  สนับสนุน  และพัฒนาคุณภาพบริการตามภารกิจของกลุ่มงานให้ได้มาตรฐานตามข้อกำหนด – รายงานความก้าวหน้า  รวบรวม   ติดตาม  ประเมินผล  และเผยแพร่นวัตกรรมการให้บริการ แก่ภาคีเครือข่าย1.การมีส่วนร่วม คะแนนเต็ม  40 คะแนน –  เข้าร่วมประชุม (20 คะแนน) – รายงานสถานการณ์ (20 คะแนน) 2.ผลงานคะแนนเต็ม  60  คะแนน – FlowChart (20 คะแนน) -เรื่องราวดี กระบวนการพัฒนาคุณภาพบริการในโปรแกรม Line DBM 
(40  คะแนน)
คณะกรรมการ  บทบาทหน้าที่ตัวชี้วัด
2.สถานีสุขภาพ– พัฒนาระบบการจัดการความรู้จากการปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพ   และสอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลง – เฝ้าระวัง  รวบรวม  สืบค้น   และเผยแพร่องค์ความรู้แก่ภาคีเครือข่าย  1.การมีส่วนร่วม คะแนนเต็ม  40 คะแนน –  เข้าร่วมประชุม (20 คะแนน) – รายงานสถานการณ์ (20 คะแนน) 2. ผลงานคะแนนเต็ม  60  คะแนน – เรื่องเล่าสิ่งดี ๆ ห้องที่ ( 20 คะแนน) – Line DBM  (40  คะแนน)
3.ข้อมูลและสารสนเทศ– พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศที่เหมาะสมและสอดคล้องกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง – ส่งเสริม  สนับสนุน  การพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศและการสื่อสารให้ได้มาตรฐานตามข้อกำหนด1.การมีส่วนร่วม คะแนนเต็ม  40 คะแนน 2. ผลงานคะแนนเต็ม  60  คะแนน  
4.ศูนย์น่าอยู่ผู้คนน่ารัก– สร้างปัจจัยเอื้อเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับภารกิจ – พัฒนาสภาพแวดล้อมและบริหารจัดการ ขับเคลื่อนนโยบาย  กำกับ  ดูแล  ระบบงาน  ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม  CLEAN  & GREEN  , HWP , HAS – ประเมินผลและรายงานความก้าวหน้าทุกเดือน1.การมีส่วนร่วม คะแนนเต็ม 20คะแนน2. รายงานสถานการณ์ (60คะแนน) 3.ข้อร้องเรียน ( 20 คะแนน)
5.นวัตกรรมทุกกลุ่มวัย      – จัดทำมาตรฐานกลางการส่งเสริมสุขภาพ  ตามกลุ่มวัย  เพื่อเป็นเครื่องมือในเฝ้าระวังและการเรียนรู้สู่ความสำเร็จ – พัฒนากระบวนการตลาด  เพื่อขับเคลื่อนนโยบายการส่งเสริมสุขภาพ  ด้านการดูแลเด็กครบวงจร – รวบรวมองค์ความรู้ใหม่และองค์ความรู้ที่เกิดจากการปฏิบัติที่สำเร็จ  ด้านการดูแลเด็กครบวงจร ทั้งภายในองค์กรและภาคีเครือข่าย  เพื่อให้ง่ายต่อการสืบค้น  

(2)   เข็มมุ่ง

1.พัฒนาเป็นองค์กรชั้นนำด้านส่งเสริมสุขภาพทุกกลุ่มวัย

  • แหล่งศึกษาดูงาน
  • วิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญมากยิ่งขึ้น
  • ประเมิน / รับรองที่มีความครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

2.บุคลากร “เก่ง  ดี  มีสุข” คือพัฒนาสมรรถนะบุคลากรให้อยู่ในระดับ Good มากยิ่งขึ้น

3.การให้บริการคลินิกสุขภาพที่ “ สะดวก  รวดเร็ว ถูกต้อง  ปลอดภัย ”

                                    *********************************************

 

โพสท์ใน Hospital Mi-ni Profile, แนะนำองค์กร | ปิดความเห็น บน Hospital Mi-ni Profile

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

โพสท์ใน แนะนำองค์กร | ปิดความเห็น บน วิสัยทัศน์/พันธกิจ

การนอนไม่หลับและเคล็ดลับวิธีการแก้ไข

การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอนั้นเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งในการใช้ชีวิต ซึ่งความต้องการในการนอนหลับของคนมีไม่เท่ากันเนื่องจากขึ้นอยู่กับอายุ

          แต่วงจรการใช้ชีวิตในปัจจุบันนั้นเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ผู้คนมีวิถีชีวิตที่แตกต่างจากอดีต จนนำมาสู่การเกิด “โรคนอนไม่หลับ” หรือ Insomnia ซึ่งมีรูปแบบของอาการมากมาย เช่น การนอนไม่หลับ การนอนหลับไม่สนิท การหลับๆ ตื่นๆตลอดทั้งคืน การตื่นขึ้นมากลางดึก การตื่นเช้าผิดปกติ และการตื่นมาแล้วไม่สดชื่น เป็นต้น

         สาเหตุการนอนไม่หลับ และเคล็ดลับวิธีแก้ไข

          1. ปัญหาสิ่งแวดล้อม เสียงดังรบกวน สว่างเกินไป หรือคับแคบเกินไป ทำให้นอนหลับยาก

          2. อาการเจ็บป่วย เช่น ปวดท้อง ปวดตามเนื้อตัว เป็นโรคเกี่ยวกับการนอนหลับ มีปัญหาเรื่องระบบการหายใจ มีอาการไอ

          3. ความเครียด อาการวิตกกังวล แรงกดดัน หรือมีอาการซึมเศร้าและท้อแท้ หมดกำลังใจ หมดหวังในการใช้ชีวิต คิดว่าตัวเองไร้ค่า ยึดติดและอยู่กับตัวเองมากเกินไป

          4. แอลกอฮอล์ คาเฟอีนในกาแฟ บุหรี่ หรือการใช้ยาบางชนิดนั้นอาจส่งผลเกี่ยวกับการนอนหลับ

          5. ท้องว่าง ทำให้เกิดอาการอึดอัด หิวขึ้นมาในช่วงดึก หรืออิ่มมากเกินไป จนทำให้มีอาการแน่นท้องกลางดึก จนนอนไม่หลับ

          6. ภาวะการนอนหลับ เช่น การนอนละเมอ ฝันร้าย หรือนอนไม่หลับจนติดเป็นนิสัย

          7. หน้าที่การงานที่ต้องเปลี่ยนเวลาการนอนอยู่สม่ำเสมอ เช่น พยาบาล ยาม

          วิธีแก้ปัญหาอาการนอนไม่หลับ

          – จัดที่นอนให้เหมาะสม สบายเหมาะแก่การนอน เงียบสงบ อุณหภูมิที่เย็นสบายพอเหมาะ ไม่ควรเปิดโทรทัศน์ และหากต้องการให้ร่างกายพักผ่อนมากจริงๆ ให้ปิดเครื่องมือสื่อสารทุกชนิด จะได้ไม่มีเสียงรบกวนขณะนอนหลับ

          – ผ่อนคลายกล้ามเนื้อก่อนนอน เช่น การนวดให้ร่างกายผ่อนคลาย การแช่น้ำอุ่น

          – หลีกเลี่ยงการนอนกลางวัน หรือการใช้ยาที่ทำให้เกิดอาการง่วงซึมในช่วงกลางวัน

          – เมื่อรู้สึกง่วงจะต้องเข้านอนทันที เข้านอนให้เวลานั้นเหมือนกันทุกคืน ตรงเวลา ร่างกายจะจดจำเวลานอนเอง

          – หลีกเลี่ยงอาหารมื้อหนัก หรืออาหารที่ย่อยยากก่อนนอน เพราะจะทำให้ปวดท้อง เนื่องจากมีอาการกรดไหลย้อน ถ้าท้องว่างให้รับประทานอาหารเบาๆ เช่น ขนมปังชิ้นเล็ก นมอุ่ม หรือน้ำผลไม้

          – หากนอนไม่หลับ ให้ไปทำกิจกรรมเบาๆ เช่น อ่านหนังสือ ฟังเพลง หรือนั่งสมาธิ เมื่อรู้สึกง่วงให้เข้ามานอน

          – ก่อนนอนควรทำสมองให้โล่ง ปลอดโปร่ง ไม่นำเรื่องเครียด กดดัน ผิดหวัง หรือเสียใจมาคิด ทำจิตใจให้ผ่อนคลายก่อนนอน

          – หลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟ ชาที่มีคาเฟอีน หรือน้ำอัดลม เพราะจะทำให้นอนไม่หลับ

          – ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แต่ไม่ควรออกกำลังกายก่อนนอน เพราะจะทำให้ร่างกายมีการตื่นตัว นอนไม่หลับ

          – ปรึกษาแพทย์หรือนักบำบัด อาจมีการแนะนำให้ใช้ยานอนหลับ ยาผ่อนคลาย ได้รับการปรึกษา หรือมีตารางการปฏิบัติมาให้ฝึกบำบัดการนอนหลับ

          – รับประทานอาหารที่มีแมกนีเซียมสูง เช่น ปลาโอ ปลาเก๋า ปลากะพง ถั่วเหลือง ถั่วลิสง อัลมอลต์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ยอดฟักแม้ว ยอดฟักทอง และกล้วยสุก เพราะแมกนีเซียม ลดอาการซึมเศร้า และมีผลต่อกระบวนการควบคุมการนอนหลับ โดยเป็นตัวที่ช่วยในการสร้างสารเมลาโตนิน นอกจากนั้นอาหารที่มีโปรตีนและฟอสฟอรัสนั้นยังมีแมกนีเซียมด้วย เช่น ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่วเมล็ดแห้ง ไข่ ผักใบเขียว และเนื้อสัตว์

         หากเราอดนอน หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ จะส่งผลเสียกับร่างกายทำให้ระบบร่างกายทำงานติดขัด จะเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดความดันโลหิตสูง และปัญหาด้านระบบหลอดเลือดหัวใจ ระบบภูมิคุ้มกันทำงานโดยมีประสิทธิภาพลดลง หายจากโรคต่างๆ ได้ช้าลง มีผลต่อการเจริญเติบโต มีการซ่อมแซมเนื้อเยื่อส่วนที่สึกหรอได้ลดลง ฟื้นตัวจากโรคได้ช้า ร่างกายมีภาวะอ่อนเพลีย ส่งผลต่อระบบเผาผลาญ ร่างกายต้องการอาหารมากขึ้น มีอาการป่วย เช่น คลื่นใส้ ปวดศีรษะ ท้องผูกหรือท้องเสีย กล้ามเนื้อทำงานได้ไม่เต็มที่ กล้ามเนื้อทำงานได้ลดลง หรืออ่อนแรง อ่อนเพลีย มีผลทางด้านจิตใจและอารมณ์ เช่น โกรธง่าย มีอารมณ์แปรปรวน ไม่คงที่ ซึมเศร้า และมีอาการเฉื่อยชา ไม่อยากทำอะไรเลย เพราะฉะนั้นจึงต้องดูแลร่างกายให้ดี การพักผ่อนนอนหลับนั้นก็เป็นสิ่งสำคัญ ไม่แพ้เรื่องการบริโภคหรือการออกกำลังกายเลย

โพสท์ใน สาระน่ารู้ | ปิดความเห็น บน การนอนไม่หลับและเคล็ดลับวิธีการแก้ไข

สวัสดีชาวโลก – -‘

ยินดีต้อนรับสู่ WordPress นี่คือเรื่องแรกของคุณ แก้ไขหรือลบทิ้งไป แล้วมาเริ่มเขียนกัน!

โพสท์ใน ไม่มีหมวดหมู่ | 1 ความเห็น