Flow การปฏิบัติงานห้องคลอด

ขั้นตอนการปฏิบัติงานห้องคลอด

flowchartlr

 

มาตรฐานการบริการการคลอดในห้องคลอด

บริการคลอดตามมาตรฐาน

  1. การใช้กราฟดูแลการคลอด
  2. มีชุดเครื่องมือช่วยฟื้นคืนชีพ
  3. มีทีมบุคลากรสามารถช่วยฟื้นคืนชีพมารดาและทารก
  4. สามารถทำการผ่าตัดคลอดทางหน้าท้องหรือทำการส่งต่อได้ทันที
  5. มีคลังเลือดที่มีประสิทธิภาพหรือมีระบบเครือข่ายในการหาเลือด
  6. มีอัตราส่วนแพทย์และพยาบาลต่อผู้คลอดไม่น้อยกว่า 1:3
  7. มีการนำลูกให้แม่โอบกอดเนื้อแนบเนื้อและช่วยเหลือให้ลูกได้ดูดนมแม่
  8. การดูแลและส่งต่อมารดาที่เกิดภาวะแทรกซ้อนได้

 

  1. การใช้กราฟดูแลการคลอด

แนวทางปฏิบัติ

การดำเนินการคลอดของศูนย์อนามัยที่ 11 จะใช้กราฟดูแลการคลอดซึ่งทางแพทย์และพยาบาลห้องคลอดได้จัดทำขึ้นมาโดยอ้างอิงตามกราฟการดูแลการคลอดของ WHO กราฟดูแลการคลอดนี้จะอยู่ใน chart ของผู้รับบริการคลอดทุกราย โดยเจ้าหน้าที่ห้องคลอดสามารถใช้กราฟดูแลการคลอดนี้เป็นทุกคน และบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรที่สามารถตรวจสอบได้เพื่อประกันคุณภาพในการดูแลผู้รับบริการคลอด โดยจะมีการบันทึกความก้าวหน้าการเปิดขยายของปากมดลูก การหดรัดตัวของมดลูก อัตราการเต้นของหัวใจทารก vital sign และการประเมินภาวะเสี่ยงของผู้คลอด

 

  1. มีชุดเครื่องมือช่วยฟื้นคืนชีพ

แนวทางปฏิบัติ

มีการเตรียมอุปกรณ์ชุดเครื่องมือช่วยฟื้นคืนชีพให้พร้อมใช้สำหรับผู้คลอด ดังนี้

  1. Laryngoscope with blade เบอร์ 2,3 และถ่ายไฟฉายขนาดกลาง
  2. Endotracheal tube เบอร์ 7.0 และ 7.5
  3. Ambu bag
  4. ข้อต่อต่าง ๆ
  5. ถังออกซิเจนและสายต่อออกซิเจน
  6. เครื่องดูดเสมหะ
  7. Mask ยางเบอร์ 4,5
  8. ยาและสายน้ำในการช่วยฟื้นคืนชีพ ประกอบด้วย

สายน้ำ

  • 9% NSS
  • 5%D/Nss
  • RLS

ยาที่จำเป็น

  • Calcium gluconate
  • Potassium chloride
  • Sodium Bicarbonate
  • 50% Glucose
  • CPM
  • Ephedrine
  • Adrenaline
  • Magnesium
  • Valium
  • Morphine
  • Ketalar
  • Pethidine
  • Nacan
  • Dopamine
  • Lidocain 1%

 

  1. มีทีมบุคลากรสามารถช่วยฟื้นคืนชีพมารดา

แนวทางปฏิบัติ

ห้องคลอดได้จัดทีมช่วยฟื้นคืนชีพมารดาและทารกในห้องคลอดทั้งในและเวลานอกราชการและมีทีมบุคลากรช่วยฟื้นคืนชีพของศูนย์อนามัยที่ 11 ซึ่งทำหน้าที่ดูแลและประสานงานในการจัดอบรมและฟื้นฟูความรู้ในการเรื่องการช่วยฟื้นคืนชีพมารดาและทารกปีละ 1 ครั้ง ให้แก่พยาบาลและเจ้าหน้าที่ทุกคน และมี FLOW  CHART ในการช่วยฟื้นคืนชีพมารดาและทารก

ทีมบุคลากรที่สามารถช่วยฟื้นคืนชีพมารดาได้

ในเวลาราชการ

  • แพทย์เวร
  • พยาบาลวิชาชีพในห้องคลอด
  • พยาบาลห้องอุบัติเหตุฉุกเฉิน

นอกเวลาราชการ

  • แพทย์เวร
  • พยาบาลวิชาชีพในห้องคลอด
  • พยาบาลห้องอุบัติเหตุฉุกเฉิน

 

 

 

  1. สามารถทำการผ่าตัดคลอดทางหน้าท้องหรือทำการส่งต่อได้ทันที

แนวทางปฏิบัติ

ศูนย์อนามัยที่ 11 สามารถทำการผ่าตัดคลอดทางหน้าท้อง และสามารถส่งต่อมารดาและทารกตามแนวทางปฏิบัติในการส่งต่อมารดาและทารกแรกคลอดที่มีปัญหา โดยปฏิบัติดังนี้

4.1ขอเลขที่ ใบ refer จาก OPD และกรอกข้อมูลในใบ refer และกรอกข้อมูลในแบบบันทึกหญิงตั้งครรภ์เพื่อการส่งต่อและหรือแบบฟอร์มประวัติทารกเพื่อการส่งต่อ

4.2 ให้ใบ refer ไปกับพยาบาล refer หรือผู้ป่วย พร้อมทั้งอธิบายให้ผู้ป่วยและญาติเข้าใจ

4.3 โทรศัพท์ขอใช้รถในกรณีที่ต้องมีพยาบาลไปด้วย

ในเวลาราชการ    โทร. 202

นอกเวลาราชการ คนขับรถจะประจำที่อุบัติเหตุ – ฉุกเฉิน

4.4 โทรศัพท์ประสานงานกับโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช

โรงพยาบาลมหาราช                          โทร. 075-340250

ห้องคลอดโรงพยาบาลมหาราช       โทร.086-4781139

Nuresery 2 โรงพยาบาลมหาราช    โทร. 075-340250 ต่อ 2101 , 2102

4.5 ให้เซ็นต์ใบยินยอมนำส่งผู้ป่วย

4.6 ให้ญาติติดตามผู้คลอดไปกับรถ refer ได้ไม่เกิน 2 คน

4.7 ลงทะเบียนในสมุดทะเบียน refer ทุกราย

4.8 พยาบาลไปส่งผู้ป่วย เตรียมเวชภัณฑ์ในการช่วยเหลือผู้ป่วยคลอดฉุกเฉิน

4.9 คนขับรถตรวจสอบสภาพรถและความพร้อมของรถ refer โดยตรวจสอบถังออกซิเจน เครื่อง suction

4.10 เมื่อกลับจากการส่งต่อพยาบาล refer ทำความสะอาด จัดเก็บอุปกรณ์ refer เตรียมให้พร้อมใช้ครั้งต่อไป

4.11 รวบรวมรายงานการส่งต่อ การรับไว้รักษาต่อ การตอบกลับ การได้รับการตอบแจ้งผลการรักษา

4.12 จัดทำสถิติปีละ 1 ครั้ง

  1. มีคลังเลือดที่มีประสิทธิภาพหรือมีระบบเครือข่ายในการหาเลือด

ศูนย์อนามัยที่ 11 ไม่มีคลังเลือดแต่มีระบบเครือข่ายในการจัดหาเลือดตามแนวทางการขอเลือดของห้องคลอด ซึ่งมีแนวทางปฏิบัติ ดังนี้

 

FLOW CHART การขอเลือด

 

  1. มีอัตราส่วนแพทย์และพยาบาลต่อผู้คลอดไม่น้อยกว่า 1:3

แนวทางปฏิบัติ

มีอัตราส่วนแพทย์และพยาบาลในแต่ละวันดังนี้

– ในเวลาราชการ

แพทย์                                                                     1              คน

พยาบาลวิชาชีพประจำห้องคลอด                    2              คน

(วิสัญญีพยาบาลมาช่วยในกรณีฉุกเฉิน)

– นอกเวลาราชการ

แพทย์                                                                     1              คน

พยาบาลวิชาชีพประจำห้องคลอด                    2              คน

(วิสัญญีพยาบาลมาช่วยในกรณีฉุกเฉิน)

 

  1. มีการนำลูกให้แม่โอบกอดเนื้อแนบเนื้อและช่วยเหลือให้ลูกได้ดูดนมแม่

แนวทางปฏิบัติ

มีการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในห้องคลอด โดยการกระตุ้นให้มี Early  Bonding และ Early  sucking ภายใน 30 นาทีหลังคลอด

 

  1. การดูแลและส่งต่อมารดาที่เกิดภาวะแทรกซ้อนได้

แนวทางปฏิบัติ

8.1ขอเลขที่ ใบ refer จาก OPD และกรอกข้อมูลในใบ refer และกรอกข้อมูลในแบบบันทึกหญิงตั้งครรภ์เพื่อการส่งต่อและหรือแบบฟอร์มประวัติทารกเพื่อการส่งต่อ

8.2 ให้ใบ refer ไปกับพยาบาล refer หรือผู้ป่วย พร้อมทั้งอธิบายให้ผู้ป่วยและญาติเข้าใจ

8.3 โทรศัพท์ขอใช้รถในกรณีที่ต้องมีพยาบาลไปด้วย

ในเวลาราชการ    โทร. 202

นอกเวลาราชการ คนขับรถจะประจำที่อุบัติเหตุ – ฉุกเฉิน

8.4 โทรศัพท์ประสานงานกับโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช

โรงพยาบาลมหาราช                          โทร. 075-340250

ห้องคลอดโรงพยาบาลมหาราช       โทร.086-4781139

Nuresery 2 โรงพยาบาลมหาราช    โทร. 075-340250 ต่อ 2101 , 2102

8.5 ให้เซ็นต์ใบยินยอมนำส่งผู้ป่วย

8.6 ให้ญาติติดตามผู้คลอดไปกับรถ refer ได้ไม่เกิน 2 คน

8.7 ลงทะเบียนในสมุดทะเบียน refer ทุกราย

8.8 พยาบาลไปส่งผู้ป่วย เตรียมเวชภัณฑ์ในการช่วยเหลือผู้ป่วยคลอดฉุกเฉิน

8.9 คนขับรถตรวจสอบสภาพรถและความพร้อมของรถ refer โดยตรวจสอบถังออกซิเจน เครื่อง suction

8.10 เมื่อกลับจากการส่งต่อพยาบาล refer ทำความสะอาด จัดเก็บอุปกรณ์ refer เตรียมให้พร้อมใช้ครั้งต่อไป

8.11 รวบรวมรายงานการส่งต่อ การรับไว้รักษาต่อ การตอบกลับ การได้รับการตอบแจ้งผลการรักษา

8.12 จัดทำสถิติปีละ 1 ครั้ง

 

มาตรฐานการดูแลทารกแรกเกิดในห้องคลอด

 

มาตรฐานการดูแลทารกแรกเกิด

  1. การดูแลอุณหภูมิร่างกายของทารก
  2. การดูแลทางเดินหายใจ
  3. การป้องกันการติดเชื้อ
  4. การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
  5. การหยอดยา / ป้ายตา
  6. การให้วิตามินเค ใน 2 ชั่วโมงหลังคลอด
  7. มีชุดเครื่องมือและทีมบุคลากรที่สามารถช่วยฟื้นคืนชีพทารกได้
  8. สามารถดูแลและส่งต่อทารกที่มีความผิดปกติได้อย่างเหมาะสม
  1. การดูแลอุณหภูมิร่างกายของทารก

แนวทางปฏิบัติ

  1. มี Radiant warmer สำหรับให้ความอบอุ่นแก่ทารก ที่ให้ความร้อนไม่ต่ำกว่า 35 องศาเซลเซียส
  2. ในกรณีส่งต่อทารก ทารกได้รับการดูแลอุณหภูมิกายที่เหมาะสมโดยใช้ถุงพลาสติกเพื่อป้องกันภาวะอุณหภูมิกายต่ำ
  3. มีการติดตั่งเครื่องวัดอุณหภูมิเพื่อควบคุมอุณหภูมิห้องไม่ต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส
  4. มีการวัดอุณหภูมิร่างกายของทารกทุกราย
  5. ไม่อาบน้ำทารกในห้องคลอด ใช้วิธีเช็คตัวทารกให้แห้ง และจัดให้ทารกนอนบนผ้าแห้งที่อุ่น

 

  1. การดูแลทางเดินหายใจ

แนวทางปฏิบัติ

  1. ดูดเสมหะออกจากปากและจมูกทันทีที่ศีรษะเด็กโผล่พ้นหนทางคลอดด้วยลูกยางแดง
  2. จัด Position ทารกแรกเกิดให้ทางเดินหายใจโล่ง โดยจัดทำลำคอเหยียดตรง และใช้ผ้าหนุนที่หลัง
  3. ดูดน้ำคัดหลั่งในปากและในจมูกอีกครั้งก่อนกระตุ้นให้ร้อง
  4. ประเมินสภาพทารก เพื่อให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นอย่างเหมาะสม เช่น

4.1 ถ้ามีภาวะ Thick meconium stained จะไม่มีการกระตุ้นให้เด็กร้องก่อนการใส่ ET tube และ suction ด้วย conector เพื่อป้องกันภาวะ Meconium aspiration syndromr

4.2 ถ้ามีภาวะ cysanosis หรือกรณีทารกหยุดหายใจให้ oxygen  free flow หรือการช่วยหายใจด้วยแรงดังบวก

 

ทีมปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพ

(ในเวลาราชการ)

 

บุคลากร กิจกรรม
พยาบาลห้องคลอด (Inchart) 1. ประเมินอาการผู้ป่วยพร้อมรายงานแพทย์

2. ตรวจวัดสัญญาณชีพเป็นระยะ

3. เตรียมยา ฉีดยา ให้สารน้ำ

4. ทำหัตถการต่าง ๆ

5. ทำ EKG

6. บันทึกการพยาบาล

7. ช่วยแพทย์ทำ cut  down

พยาบาลห้องฉุกเฉิน 1. ช่วยประเมินอาการ

2. ช่วยแพทย์ใส่ท่อช่วยหายใจ  เตรียม Tube, Ambubag , Laryngoscope , ออกซิเจน

3. ช่วยดูดเสมหะ

4. ช่วยฟื้นคืนชีพ

พยาบาลห้องคลอด (Member) 1. เตรียมเครื่องดูดเสมหะพร้อมสาย

2. เตรียมออกซิเจนพร้อมสาย

3. เตรียมเครื่องมือ เครื่องใช้ เพื่อทำหัตถการต่าง ๆ

4. ช่วยเหลือทำหัตถการ

5. ติดต่อประสานงานทุกฝ่าย

 

ปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพ

(นอกเวลาราชการ)

 

บุคลากร กิจกรรม
พยาบาลห้องคลอด (Inchart) 1. ประเมินอาการผู้ป่วยพร้อมรายงานแพทย์

2. ตรวจวัดสัญญาณชีพเป็นระยะ

3. เตรียมยา ฉีดยา ให้สารน้ำ

4. ทำหัตถการต่าง ๆ

5. ทำ EKG

6. บันทึกการพยาบาล

7. ช่วยแพทย์ทำ cut  down

พยาบาลห้องฉุกเฉิน 1. ช่วยประเมินอาการ

2. ช่วยแพทย์ใส่ท่อช่วยหายใจ  เตรียม Tube, Ambubag , Laryngoscope , ออกซิเจน

3. ช่วยดูดเสมหะ

4. ช่วยฟื้นคืนชีพ

พยาบาลห้องคลอด (Member) หรือพยาบาล Ward 1. เตรียมเครื่องดูดเสมหะพร้อมสาย

2. เตรียมออกซิเจนพร้อมสาย

3. เตรียมเครื่องมือ เครื่องใช้ เพื่อทำหัตถการต่าง ๆ

4. ช่วยเหลือทำหัตถการ

5. ติดต่อประสานงานทุกฝ่าย

 

  1. การป้องกันการติดเชื้อ

แนวทางปฏิบัติ

  1. มีอ่างล้างมือในห้องคลอดและมีก๊อกน้ำสำหรับล้างมือชนิดที่ไม่ต้องใช้มือสัมผัส
  2. มีภาชนะที่บรรจุน้ำยาล้างมือ Povidine scrub เปลี่ยนทำความสะอาดทุก 24 ชม.
  3. มีผ้าเช็ดมือที่ใช้ครั้งเดียวแล้วนำไปทำความสะอาดใหม่
  4. ในห้องคลอดไม่มีลมจากภายนอกพัดเข้ามาภายใน
  5. บุคลากรในห้องคลอดไม่ใส่เครื่องประดับขณะปฏิบัติงาน
  6. บุคลากรในห้องคลอดล้างมือทุกครั้งก่อนการปฏิบัติหน้าที่และทุกครั้งที่สัมผัสตัวทารก
  7. ชุดทำความชื้นออกซิเจนล้างทำความสะอาดด้วยผงซักฟอกและคว่ำให้แห้งหลังใช้เสร็จในแต่ละครั้ง
  8. Mask หลังการใช้งานล้างทำความสะอาดด้วยผงซักฟอก เช็ดให้แห้งและนำไปฆ่าเชื้อทุกครั้ง
  9. Ambu bag หลังการใช้งานล้างทำความสะอาดด้วยผงซักฟอก เช็ดให้แห้ง แล้วเก็บใส่กล่องพร้อมใช้งานได้ทันที
  10. Blade เช็ดด้วย 70% แอลกอฮอล์ ก่อนใช้งานทุกครั้ง และหลังใช้งานล้างทำความสะอาดด้วยผงซักฟอก ทิ้งให้แห้ง เช็ดด้วย 70% แอลกอฮอล์ และเก็บใส่กล่อง
  11. อุปกรณ์ที่นำไปใช้กับทารกจะใช้เฉพาะคนและนำไปทำไร้เชื้อก่อนใช้ทุกครั้ง

 

  1. การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

แนวทางปฏิบัติ

มีการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในห้องคลอด โดยมีการนำลูกให้แม่โอบกอดเนื้อแนบเนื้อและช่วยเหลือให้ลูกได้ดูดนมแม่ และกระตุ้นให้มี Early  Bonding และ Early  sucking ภายใน 30 นาทีหลังคลอด

 

  1. การหยอดยา / ป้ายตา

แนวทางปฏิบัติ

  1. เช็ดตาให้สะอาดด้วย 0.9% NSS โดยเช็ดจากหัวตาไปหาตา
  2. ป้ายตาด้วย Terramycin eye ointment หลังจากที่แม่ได้โอบกอดลูกเนื้อแนบเนื้อภายหลังคลอด

 

  1. การให้วิตามินเค ใน 2 ชั่วโมงหลังคลอดและวัคซีนตับอักเสบบี ภายใน 12 ชั่วโมง

แนวทางปฏิบัติ

  1. ให้วิตามินเค ชนิด 1 มิลลิกรัม เข้ากล้ามเนื้อทุกราย ภายใน 2 ชั่วโมงหลังคลอด โดยจะฉีดที่ห้องคลอดภายหลังคลอดไม่เกิน 1 ชั่วโมง
  2. ให้วัคซีนตับอักเสบบี 0.5 ซีซีเข้ากล้ามเนื้อในเด็กที่มีน้ำหนักมากกว่า 2,000 กรัม ภายใน 12 ชั่วโมงหลังคลอด
  3. ลงรายงานในเวชระเบียนทารก

 

  1. มีชุดเครื่องมือและทีมบุคลากรที่สามารถช่วยฟื้นคืนชีพทารกได้

                7.1 ชุดเครื่องมือช่วยฟื้นคืนชีพ

                แนวทางปฏิบัติ

  1. มีเครื่องดูดน้ำคัดหลั่งที่ปรับแรงดูดได้ระหว่าง 80-100 mmHg
  2. มีลูกสูบยางแดงที่ไร้เชื้อ
  3. มีออกซิเจนที่มีความชื้นให้ออกซิเจนผ่านขวดบรรจุน้ำไร้เชื้อ และเติมน้ำตามระดับที่กำหนด โดยใช้น้ำกลั่นไร้เชื้อ และมีการทำความสะอาด นำไปคว่ำให้แห้งเมื่อใช้เสร็จในแต่ละราย
  4. มีข้อต่อ (Connector) สำหรับดูดขี้เทาในหลอดลม
  5. มีหน้ากาก (Mask) และท่อสำหรับให้ออกซิเจน
  6. มี Laryngoscope with blade No 0,1 พร้อมใช้ โดยมีถ่ายไฟฉายขนาดกลางพร้อมใช้ตลอดเวลา
  7. มี Endotracheal tube เบอร์ 2.5 , 3 , 3.5 , 4
  8. มี Ambu bag  พร้อม Reservior  bag  ขณะ PPV  ต้องต่อ Reservior   bag  ทุกครั้ง
  9. มียาและสารน้ำประกอบด้วย RLS , NSS , Sterile water , Adrenaline , Glucose , 7.5%NaCHO 3

7.2 ทีมบุคลาการที่สามารถช่วยฟื้นคืนชีพทารกได้

ในเวลาราชการ

– แพทย์                                                                                  1              คน

– พยาบาลวิชาชีพประจำห้องคลอด                 2              คน

– พยาบาลห้องอุบัติเหตุฉุกเฉิน                                        1              คน

นอกเวลาราชการ

– แพทย์                                                                                  1              คน

– พยาบาลวิชาชีพประจำห้องคลอด                 1              คน

– พยาบาลห้องอุบัติเหตุฉุกเฉิน                                        1              คน

– พยาบาล Ward                                                                  1              คน

เพื่อความสะดวกในการปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพทารกแรกเกิดได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทางทีมห้องคลอดจึงได้จัดทำ Chart  overview  of  NCPR ขนาดยาที่ใช้  ขนาด ET  tube ที่ใช้กับทารกติดไว้ในห้องคลอด

 

  1. สามารถดูแลและส่งต่อทารกที่มีความผิดปกติได้อย่างเหมาะสม