การพัฒนารูปแบบการจัดการคุณภาพน้ำเพื่อการบริโภคลุ่มน้ำปากพนัง กรณีศึกษาพื้นที่ อบต.ไสหมาก

ผลการพัฒนารูปแบบการจัดการคุณภาพน้ำเพื่อการบริโภคลุ่มน้ำปากพนัง กรณีศึกษาพื้นที่ อบต.ไสหมาก เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการคุณภาพน้ำแหล่งน้ำทางเลือกเพื่อการบริโภคในชุมชนให้มีมาตรฐาน น่าเชื่อถือ และเป็นที่ยอมรับของประชาชน โดยรูปแบบการดำเนินงาน เป็นการดำเนินงานเชิงวิจัยและพัฒนา (Research and Development : R&D) มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาคุณภาพน้ำบริโภคในชุมชน โดยนำแหล่งน้ำทางเลือกที่มีในชุมชนมาปรับปรุงต่อยอด เช่น น้ำประปา(ที่ผลิตโดยอปท.), น้ำฝน เป็นต้น ให้มีความปลอดภัยผ่านเกณฑ์มาตรฐานน้ำบริโภค เป็นที่พึงพอใจต่อประชาชนเพิ่มขึ้นและช่วยลดรายจ่ายภาคครัวเรือน โดยใช้รูปแบบกระบวนการพัฒนาแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research) มีประเด็นการศึกษา ดังนี้ 1.ศึกษาคุณภาพน้ำบริโภคจากแหล่งน้ำทางเลือกในพื้นที่ 2.การสำรวจข้อมูลการใช้น้ำบริโภคในพื้นที่ 3.การประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการสอบถามความพึงพอใจผู้เกี่ยวข้องและประชาชน

จากข้อมูลผลการศึกษาคุณภาพน้ำในพื้นที่ อบต.ไสหมาก พบว่ามีต้นทุนคุณภาพน้ำที่ดี อีกทั้งมีระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำ(ระบบประปา)ที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะระบบประปาผิวดิน ซึ่งปริมาณน้ำมีความเพียงพอตลอดทั้งปีสามารถนำมาต่อยอด โดยจัดทำระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำด้วยชุดกรองอย่างง่ายเพื่อใช้ในครัวเรือนได้ ซึ่งผลการศึกษาคุณภาพน้ำผ่านเครื่องกรองต้นแบบ พบว่าคุณภาพน้ำที่ผ่านเครื่องกรอง พารามิเตอร์ที่ทดสอบส่วนใหญ่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำเมื่อเทียบกับมาตรฐานคุณภาพน้ำประปากรมอนามัย พ.ศ.2553 และประสิทธิภาพของเครื่องกรองในหลายจุด เป็นไปตามความคาดหวังคือสามารถลดการปนเปื้อนในน้ำลงได้ แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อสังเกตของคุณภาพน้ำผ่านเครื่องกรองในหลายจุดที่มีผลพารามิเตอร์ที่ทดสอบบางตัวมีค่าเพิ่มขึ้นมามากกว่าคุณภาพน้ำก่อนเข้าเครื่องกรอง และพารามิเตอร์ที่ทดสอบบางมีค่าเพิ่มเข้ามาทั้งที่คุณภาพน้ำก่อนเข้าเครื่องกรองไม่มี ซึ่งอาจเกิดจากหลายกรณี คือ 1.ขั้นตอนการเตรียมและบรรจุสาร/วัสดุกรองน้ำ 2.คุณภาพของวัสดุกรอง 3.การคำนวนชั้นความหนาของวัสดุกรองที่ใช้ และ 4.ขั้นตอนและระยะเวลาการเก็บตัวอย่างน้ำก่อนและหลังกรองไม่ใช่ช่วงเวลาเดียวกัน

จากข้อมูลการศึกษาในประเด็นต่างๆ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่มีความสนใจที่จะนำเครื่องกรองน้ำอย่างง่ายที่ครัวเรือนสามารถประดิษฐ์ใช้ได้เองนี้ไปใช้ในครัวเรือน เนื่องจากสามารถช่วยลดรายจ่ายในการจัดหาน้ำบริโภคลงได้ และเป็นการเพิ่มความเชื่อมั่นในการใช้น้ำประปาชุมชนมาเป็นน้ำบริโภคครัวเรือน แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงมีความไม่เชื่อมั่นในคุณภาพน้ำที่ผ่านเครื่องกรองอยู่ด้วยบางส่วน ซึ่งควรมีการศึกษาต่อในประเด็นการปรับปรุงชุดเครื่องกรองน้ำให้มีความเหมาะสมต่อบริบทของพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรอบรมให้ความรู้แก่ประฃาชนในการดูแลรักษาและใช้งานเครื่องกรองน้ำอย่างถูกต้อง

Facebook Comments

Related posts